[BTS] FORGET ME NOT ฉันจะคิดถึงเธอ (Chapter 27.1 NC) Taehyung x you
CHAPTER 27.1 NC
"พี่จินประกาศชัดแล้วว่ามีแผนจะให้เราทัวร์คอนตามเทศกาลดนตรีในยุโรปและอเมริกา ....เราต้องไปอยู่แถบนั้นและไม่ได้กลับเกาหลีอีกเป็นปีเลยนะพี่ เผลอๆอาจร่วมทุนทำเพลงกับค่ายอินดี้แถบนั้นด้วย เพราะถ้าได้ออกอัลบั้มเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเมื่อไหร่ พวกเราคงไปอยู่ที่นั่นยาวเลย ถ้าพวกพี่หมั้นกันพวกพี่จะยังครองรักกันได้อยู่เหรอ คิดดีๆนะพี่แท"
ผมได้ยินดังนั้นแล้วแทบใจสลาย จะว่าฟ้ามากลั่นแกล้งก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะอย่างน้อยๆท่านก็ได้ทำให้ผมได้พบดาริณอีกครั้ง แต่ทว่า ทำไมท่านถึงช่างใจร้ายทำให้พวกเราทั้งสองกลับมาเจอกันแล้วจะมาพรากพวกเราออกจากกันอีก ผมควรทำอย่างไรในเมื่อเธอพูดชัดเจนเสียขนาดนั้นว่ายังไม่พร้อมจะผูกมัดกับคนอย่างผม ทำไมความรักของผมมันยากและมีอุปสรรคมากมายเสียขนาดนี้
"เหลือเวลาอีกเท่าไหร่หรอกุก" ผมเอ่ยปากถามจองกุกด้วยแววตาที่ล่องลอยซึ่งมาพร้อมกับน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นคลอเบ้า
"เหลืออีกแค่สามเดือนเท่านั้น พี่จินกำชับว่า ช่วงนี้เราห้ามทำเรื่องเสียหาย ห้ามมีเรื่องกินนอนกับผู้หญิงอย่างไม่ถูกทำนองครองธรรม์ ภาพลักษณ์ของเราต้องดูดีที่สุด หากจะมีผู้หญิงก็ควรจริงจัง หรือถ้าจะไม่มีแบบจริงจังก็ไม่ควรมีไปเลย ห้ามมาแบบคบๆเลิกๆ มีมือที่สามแบบนี้ไม่ได้ ห้ามกินเหล้าเมายาจนน่ารังเกียจ โอ้ยพี่....สารพัดเรื่องที่พี่จินสั่งห้าม ทำเอาพวกผมถึงกับเซ็ง เอาเป็นว่า พี่คิดดีๆแล้วกันว่าจะยอมทำให้เธอเปลี่ยนใจแต่งงานแล้วตามไปอยู่กับพี่ได้ไหม ...ถ้าอย่างนั้นก็สู้ๆนะพี่"
ใจของผมตอนนี้ไม่ได้อยู่กับผมอีกแล้ว แต่มันกลับล่องลอยไปถึงหญิงสาวร่างสมส่วนที่นั่งรอคอยผมอยู่ภายในห้องนอน ผมมีเวลาเพียงแค่สามเดือนที่จะพิชิตใจเธอและทำให้เธอยอมทิ้งทุกอย่างที่เกาหลีแล้วตามไปอยู่กับผม ในระยะเวลาเพียงแค่สามเดือนหลังจากนี้ มันจะทันเหรอ ผมไม่อยากนึกเลยว่าหากมันมีอุปสรรคใดๆเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้ หัวใจที่เปราะบางของผมจะแตกสลายปวดร้าวมากแค่ไหน
'ดาริณ....ผมรักคุณมากเกินกว่าจะยอมปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว เครื่องบินรบลำนี้ยังซ่อมได้ไม่เสร็จดี ผมขอให้คุณมาเป็นคนซ่อมมันไปตลอดทั้งชีวิตของคุณเลยจะได้ไหม....ผมขอมากเกินไปหรือเปล่า'
--------------------
ฉันยืนเบื้องหลังประตูห้องนอนที่ฉันเปิดแง้มไว้เพื่อแอบฟังบทสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองคนที่เล็ดลอดมาเป็นเสียงดังแว่ว แต่โสตประสาทการรับฟังของฉันนั้นทำงานได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ พลันทำให้น้ำตาเอ่อล้นขึ้นคลอเบ้าอย่างควบคุมไม่ได้ ความเป็นจริงที่ได้เผชิญในวันนี้กลับทำให้แทบล้มทั้งยืน ฉันเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนที่ฉันและลูกจะได้อยู่ในอ้อมกอดอันแสนรักนี้ ก่อนที่ฉันจำเป็นจะต้องปล่อยมือของเขาให้เดินทางตามความฝันที่เขานั้นได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเกือบครึ่งคร่อนชีวิต ที่จะสามารถเหวี่ยงตัวเองให้ได้ขึ้นไปแสดงฝีมือการเล่นดนตรีตามงานเทศกาลดนตรีระดับโลก....ฉันและลูกคงจะเป็นตัวถ่วงเสียมากกว่าหากฉันยอมหมั้นและตามไปอยู่กับเขาแบบนั้น
เขาไม่สมควรจะมีเรื่องให้มากวนใจในขณะที่การงานของเขากำลังไปได้สวยถึงเพียงนี้
ทันทีที่ได้ยินเสียงร่ำลากันของชายหนุ่มทั้งสองฉันจึงรีบปิดประตูและกลับไปนั่งที่ปลายเตียงเช่นเคย ใช้นิ้วเรียวเล็กปาดน้ำตาที่ตกกระทบลงมาอาบแก้ม พลางใช้มืออีกข้างลูบท้องน้อยอย่างห่วงใย ยกยิ้มให้กำลังใจตัวเองว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งมากพอที่จะเลี้ยงลูกคนนี้ได้ด้วยตัวของฉันเอง
'แม่ขอโทษนะลูก...แต่เราไม่ควรจะไปเป็นตัวถ่วงชีวิตของพ่อ พ่อของลูกนั้นเก่งมาก และเขากำลังไปได้ดีกับการงานของเขา ...สามเดือนหลังจากนี้แม่ขอให้ลูกซึมซับความอบอุ่นให้ได้มากที่สุดจากพ่อของลูก เมื่อตอนที่ลูกลืมตาลูกจะได้รับรู้ว่าพ่อของลูกรักเรามากแค่ไหน .....แต่แม่....จะเป็นคนเลี้ยงลูกของแม่เองนะ'
เสียงประตูเปิดทำให้ฉันตื่นขึ้นมาจากห้วงภวังค์ เงยหน้าขึ้นมาแล้วกลับพบว่า ชายผู้มีแววตาเศร้าที่แสดงความรู้สึกออกมาจากตาเฉี่ยวคม พร้อมรอยน้ำตาที่อาบแก้มกำลังยืนจ้องมองลึกเข้าไปนัยน์ตาของฉันอยู่ เราสองต่างจ้องตากันนิ่งงัน ก่อนที่ต่างคนต่างโผลเข้าหากันโอบกอดและบดจูบอย่างโหยหาทั้งน้ำตา ปล่อยให้เปลวไฟของความรักที่ร้อนแรงนี้ได้เชื่อมเผาไหม้ร่างกายของเราทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
เราผละจูบออกจากกันภายใต้อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจนเกือบร้อนนี้ พลันจ้องมองลึกเข้าไปนัยน์ตาที่กำลังเปื้อนรอยน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นโดยปราศจากการเอ่ยวาจาใดๆ ริมฝีปากหยักแตะริมฝีปากอิ่มสวยได้รูปประสานลมหายใจอุ่นร้อนจากซึ่งกันและกัน เราสองโผลเข้าบดจูบอีกครั้ง ปล่อยให้สายธารแห่งความเจ็บปวดได้ไหลรินอาบแก้ม เขาใช้มือประครองใบหน้าของฉัน บดจูบจนฉันเซล้มลงนอนบนเตียงผืนกว้าง เขาจึงใช้อ้อมกอดช่วยประคองพาฉันนอนลงบนหมอนนุ่มก่อนจะค่อยไล้นิ้วสอดกุมมือ เขาประทับจูบลงบนเปลือกตาที่เปื้อนรอยน้ำแห้งเหือดจากความเศร้า
เราผละจูบออกจากกันภายใต้อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นจนเกือบร้อนนี้ พลันจ้องมองลึกเข้าไปนัยน์ตาที่กำลังเปื้อนรอยน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นโดยปราศจากการเอ่ยวาจาใดๆ ริมฝีปากหยักแตะริมฝีปากอิ่มสวยได้รูปประสานลมหายใจอุ่นร้อนจากซึ่งกันและกัน เราสองโผลเข้าบดจูบอีกครั้ง ปล่อยให้สายธารแห่งความเจ็บปวดได้ไหลรินอาบแก้ม เขาใช้มือประครองใบหน้าของฉัน บดจูบจนฉันเซล้มลงนอนบนเตียงผืนกว้าง เขาจึงใช้อ้อมกอดช่วยประคองพาฉันนอนลงบนหมอนนุ่มก่อนจะค่อยไล้นิ้วสอดกุมมือ เขาประทับจูบลงบนเปลือกตาที่เปื้อนรอยน้ำแห้งเหือดจากความเศร้า
"ดาริณ...ผมรักคุณ" เขาเปล่งเสียงทุ้มต่ำอย่างอ่อนแรง จมูกโด่งไล้ตามซอกคอเพื่อสูดกลิ่นหอมประจำกายคล้ายกลิ่นของสบู่รสมิกซ์เบอร์รี่ พลันประทับจูบทั่วแผงคอระหงส์อย่างทะนุถนอม
"ฉัน...ก็รักคุณ..แทฮยอง" สัมผัสของเขาทำให้ฉันเผลอใจพูดคำว่ารักอันซึ่งควรที่จะถูกเก็บเอาไว้ภายใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ควรให้เขาได้รับรู้ เขาผละจูบขึ้นพลางทิ้งหน้าผากลงซบกับหน้าผากของฉัน ยิ้มหวานทั้งน้ำตา
"เราเป็นแฟนกันเถอะนะดาริณ" เขาเปล่งเสียงทุ้มต่ำเอ่ยปากถามฉันอย่างอ่อนระทวย
"แต่....."
"อย่ามีคำว่าแต่กับผมอีกเลยนะดาริณ....ขอร้อง" สายตาเฉี่ยวในเชิงเว้าวอนนั้นทำให้ฉันต้องพยักหน้าเป็นคำตอบ ฉันใช้มือประคองใบหน้ากลมและใช้นิ้วปาดน้ำตาของเขาทิ้ง เราสองต่างจ้องมองตากันทั้งน้ำตาที่เปื้อนรอยยิ้ม
"ดาริณ...เราอย่าร้องไห้กันอีกเลยนะครับ" แทฮยองใช้ใบหน้าไถมือของฉันที่กำลังประคองใบหน้าของเขาอย่างอ้อนออเซาะ ราวกับแมวเหมียวตัวน้อยที่ติดเจ้าของอย่างไรอย่างนั้น ฉันจึงดึงเขามาบดจูบอย่างดูดดื่มอีกครั้ง โอบกอดเขาไว้ราวกับกำลังกลัวว่าจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีกแล้ว
เขาไล้จมูกบดจูบลงมาที่เนินอกอวบอิ่มของฉันภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้ามันสีน้ำเงินลายทางซึ่งเป็นชุดนอนของเขา ขมวดคิ้วมุดหน้าลงกัดงับผ้าเนียนนั้นอย่างโหยหา ฉันจึงใช้นิ้วเรียวเล็กสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมเส้นตรงสลวยสีน้ำตาลเข้มนั้น พลันบีบนวดอย่างเบามือ เขาเปล่งเสียงทุ้มต่ำครางอื้ออึงอย่างพอใจ ค่อยๆไล้จมูกประทับจูบลงมาเรื่อยๆทั่วเรือนร่างอันสมส่วนของฉันนี้ จนกระทั่งมาหยุดชะงักตรงเนินอิ่มเบื้องล่างที่เปลือยเปล่า เขาเหลือบตามองมาที่ฉันอย่างเว้าวอนได้ครู่หนึ่ง จึงเริ่มจัดการเอาหน้ามุดพลันสอดลิ้นอุ่นร้อนโลมเลียทั่วต่อมความรู้สึกของฉันจนทำให้ฉันต้องแอ่นอกอวบเงยหน้าครางลั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ฉันขยำกลุ่มผมเส้นตรงสลวยนั้นอย่างแรงจนคนร่างสูงต้องเอื้อมมือเรียวมาบีบขยำยอดปถุมถันของฉันอย่างแรงเช่นกัน
"แทฮยอง...." ฉันหลับตาปี๋ เผยอปากอิ่มสวยได้รูปพลางหอบกระเส่า บัดนี้คนร่างสูงได้ใช้ลิ้นอุ่นร้อนเร่งเร้ากระตุ้นต่อมอารมณ์จนทำให้เปียกชุ่มไปทั่วบริเวณ งับดูดเสียงดังอย่างหื่นกระหาย เมื่อพอใจในรสชาดแล้วจึงผละออกมาชันหัวเขายืดตัวตรงอยู่ที่ระหว่างขาของฉันที่อ้าพร้อมไว้อยู่แล้ว เขาจึงฝังจูบลงตรงหัวเข่าสีน้ำผึ้งเนียน พลันเงยหน้าขึ้นจ้องฉันตาปรือสัมผัสมือลูบหัวเข่ามนของฉันอย่างเบามือ
"รักนะ..รักที่สุด" เขาจัดการถอดบ็อกเซอร์ของตัวเองเผยให้เห็นแก่นกายอวบนั้นอีกครั้ง ฉันปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาที่ฉันกำลังสวมใส่บ้าง เผยให้เห็นทรวงอกอวบสวยได้รูปที่เปลือยเปล่า จัดการขยำมันแล้วใช้สายตาจ้องมองคนร่างสูงที่มีแผงอกกว้างกำยำอย่างเย้ายวน
"รักแทนะคะ" เขากัดปากยิ้มหวานให้กับฉันจนปากของเขาโค้งได้รูปสี่เหลี่ยม พลางก้มมองมือที่กำลังกระชับแก่นกายเพื่อนอุ่นเครื่อง ก่อนจะเริ่มสอดเชื่อมเข้าไปในร่างกายของฉัน เขาขมวดคิ้วหลับตารับสัมผัสอุ่นร้อนภายใน เปล่งเสียงทุ้มต่ำครางลั่นอย่างเสียวซ่าน เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้วจึงขยับตัวเสมอฉันใช้มือยันตัวเองขึ้นพลางทิ้งน้ำหนักลงซบหน้าผาก เราสองจ้องตาซึ่งกันและกันในขณะที่สะโพกของเขาเริ่มบรรเลงเพลงรักร้อนระอุนี้ด้วยจังหวะที่เราสองลงแรงช่วยกันบรรเลง
ฉันโอบกอดเขาไว้แน่น ใช้เล็บมือจิกผิวแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายอารมณ์เสียวซ่าน เขาหลับตาพริ้มเผยอปากหอบครางในขณะที่สะโพกของเขาเริ่มบรรเลงเพลงรักเร็วขึ้น มันเป็นบทเพลงที่ไม่หนักหน่วง จังหวะคล้ายแนวดนตรีหนึ่งที่มีเสียงดนตรีนุ่มลึก ใครได้เสพรสชาดดนตรีนี้มีหวังได้ล่องลอยไปเสียทุกราย
"แทฮยอง.....ที่รัก" ฉันประครองสันกรามที่มีหนวดเคราขึ้นพอเขียวครึ้ม งับคางของเขา...เราสองวางสายตาปรือมองกันและกันเนิ่นนาน บทเพลงรักที่เราสองกำลังบรรเลงร่วมกันนั้นหวานทุ้มนุ่มลึกจนเสียวซ่านไปทั่วร่าง
"ดาริณ...แทใกล้แล้ว" เขาก้มลงประทับจูบที่ยอดปทุมถันพลันใช้ลิ้นอุ่นร้อนชะโลมเลียอย่างหื่นกระหาย จนทำให้ฉันต้องขยำผมของเขาแรงอีกครั้ง กัดปากหลับตาพริ้มเพราะบทรักนี้ทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
"ที่รักคะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว" ฉันดึงเขามาโอบกอดไว้แน่นปล่อยให้เขาเร่งบดสะโพก ทิ้งน้ำหนักหัวซบลงที่ซอกคอของฉัน เมื่อทนความเสียวซ่านไม่ไหวเราสองจึงผลัดงับจูบซอกคอของกันและกัน
"ฮ้าาาา แทฮยอง"
"ฮ่า! ฮ่า! ฮึก!"
เราสองงับซอกคอกันอย่างแรงในทันทีที่จังหวะเพลงรักที่พวกเราช่วยกันบรรเลงนี้ได้นำพาให้สองเราถึงสรวงสวรรค์จนรู้สึกตัวลอย จนเราต่างหอบเหนื่อยกอดกันรัดกันปล่อยเนื้อหนังให้หลอมละลายเชื่อมกันอย่างเนิ่นนาน




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น